พื้นที่ดำเนินงานรอบ มจธ.บางมด (ทุ่งครุ, ราษฎร์บูรณะ, บางขุนเทียน)

มจธ.บางมด ตั้งอยู่ในเขตทุ่งครุ  เปรียบเสมือนบ้าน จึงมีความหวังที่จะเห็นชุมชนพื้นที่ฝั่งธนบุรีตอนใต้ซึ่งรวมถึง เขตทุ่งครุ  ราษฏร์บูรณะ บางขุนเทียน จอมทอง พัฒนาและเจริญไปด้วยกัน จึงได้มีกิจกรรมร่วมกับชุมชนในเชิงพัฒนา  และบริการวิชาการมาอย่างต่อเนื่อง  มจธ.จึงได้บูรณาการกิจกรรมวิจัย พัฒนาและบริการวิชาการ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่อย่างเหมาะสมภายใต้ภาวะการเปลี่ยนแปลงของเมือง โครงสร้างประชากร เศรษฐกิจ สังคม สภาพภูมิอากาศ เนื่องจากการพัฒนาอย่างยั่งยืนไม่สามารถทำได้เฉพาะจากกำลังของบุคลากรและงบประมาณของมหาวิทยาลัยเท่านั้น ดังนั้นกลยุทธ์หนึ่งของโครงการ คือ การทำงานกับเครือข่ายและพันธมิตรทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย เช่น เครือข่ายนักวิจัยของกลุ่มวิจัยวิทยาศาสตร์ ระบบโลก (Earth Esystems Science, ESS) ของมหาวิทยาลัย ศ.ดร. สนิท อักษรแก้วจากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ซึ่งเป็นที่ปรึกษาโครงการฟื้นฟูป่าชายเลนและระบบนิเวศ ชุมชนและโรงเรียนในพื้นที่ หน่วยงานราชการทั้งเทศบาลและกทม. รวมถึงภาคเอกชนในและนอกพื้นที่สำหรับกิจกรรม ในปี 2556 – 2557 ประกอบด้วย

  • การพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสมและตลาดเกษตรชุมชน พื้นที่ฝั่งธนบุรีตอนใต้ของกรุงเทพมหานคร

โครงการมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาต้นทุนการผลิตเป็นหลัก เพราะเป็นความต้องการอันดับต้นของเกษตรกร โดยเน้นการมีส่วนร่วมของเกษตรกรการต่อยอดภูมิปัญญาด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมเช่น การจัดการดินและปุ๋ยการควบคุมโรคและแมลง เป็นต้น เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการประมาณ 30 ราย ทั้งนี้โครงการได้วางแผนงานไว้อย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยในช่วงต้นปี 2556 (พฤษภาคม ถึงเดือนสิงหาคม 2556) การดำเนินงานต้องหยุดชะงักไปบางส่วน เนื่องจากผลกระทบของน้ำทะเลที่หนุนสูงเกษตรกรขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร ร่วมกับสภาพอากาศที่อุณหภูมิประมาณ 42 องศา ในเวลากลางวัน  ซึ่งอุณหภูมิค่อนข้างสูงและมีพายุฤดูร้อน ส่งผลให้ต้นไม้ชะงักการเจริญเติบโตผลผลิตเสียหาย และบางชนิดยืนต้นตาย อาทิ ส้มบางมด ชมพู่ม่าเหมี่ยว กล้วย คณะทำงานจำเป็นต้องให้เวลากับเกษตรกรเพื่อการฟื้นฟูสภาพจิตใจและพื้นที่สวน อย่างไรก็ตาม คณะทำงานยังคงทำหน้าที่ในลักษณะ “ที่ปรึกษา” คอยให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถจัดการปัญหาต่างๆ อาทิ การฟื้นฟูและปรับปรุงสภาพสวนการเพิ่มคุณภาพผลผลิตไม้ผล การจัดการแมลงศัตรูพืช อีกทั้งได้จัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและอาชีพเสริม อาทิ ตลาดนัดผลิตภัณฑ์ชุมชนในมหาวิทยาลัย การสานตะกร้าทางมะพร้าว การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสาธารณะจากนั้นในปี 2557 คณะทำงานจึงได้ติดตามและประเมินผลอีกครั้งพบว่าต้นทุนการผลิตของเกษตรมีแนวโน้มลดลงส่วนหนึ่งเป็นเพราะเกษตรกรมีการเปลี่ยนจากการใช้สารเคมี มาเป็นสารชีวภาพที่ผลิตขึ้นเองนอกจากนี้ยังพบว่าเกษตรกรค่อนข้างตื่นตัวต่อการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่จัดขึ้นและมีแนวโน้มของการเป็นผู้ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้หรือขยายผล (change agent) ไปสู่เกษตรกรรายอื่น

  • แหล่งเรียนรู้พลังงานชุมชนและการเกษตร เขตทุ่งครุ

ในเขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร เป็นเขตที่มีผู้นับถือศาสนาอิสลามประมาณร้อยละ 30 และมีการเพาะเลี้ยงแพะและแกะเป็นจำนวนมาก จากข้อมูลของกรุงเทพมหานครพบว่ามีการเลี้ยงแพะมากเป็นอันดับ 2 รองจากเขตหนองจอก ปัจจุบันเกษตรกรในพื้นที่ได้รวมตัวกันเป็น“กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ทุ่งครุ”เพื่อเลี้ยงแพะและแกะสำหรับจำหน่าย บริโภค และใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา มีสมาชิกประมาณ 60 ราย แพะพันธุ์เนื้อและแพะพันธุ์นมทั้งสิ้น 2,053 ตัว

คณะทำงานโดยสถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ ร่วมกับศูนย์วิจัยและบริการเพื่อชุมชนและสังคม และกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ทุ่งครุ  มีแนวคิดในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัยพื้นที่บางมด โดยทำการก่อสร้างระบบบ่อก๊าซชีวภาพแบบถุงพีวีซีจากมูลแพะ โดยใช้ฐานความรู้และเทคโนโลยีซึ่งมหาวิทยาลัยมีความถนัดไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ ผลการดำเนินงานก่อให้เกิดต้นแบบระบบก๊าซชีวภาพแบบถุงพีวีซีจากมูลแพะขนาด 8 ลูกบาศก์เมตร สามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้วันละ 4 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายในการใช้ก๊าซหุงต้มได้กว่า 2  หมื่นบาทต่อปีเป็นการสร้างความสามารถในการพึ่งตนเองด้านพลังงานทดแทนก๊าซหุงต้มในครัวเรือนและจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของชุมชนได้อย่างยั่งยืน

ในวันที่ 23 มกราคม 2558  ทาง มจธ. ร่วมกับสำนักงานเขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานครและสำนักงานเกษตรกรุงเทพมหานคร ได้เปิดงาน “แหล่งเรียนรู้พลังงานชุมชนและการเกษตร เขตทุ่งครุ”  โดยนายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  เป็นประธานเปิดงาน  ณ ที่ทำการกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ทุ่งครุ  ซอยประชาอุทิศ 69 แยก 8 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กทม. นอกจากนี้ ได้มีการสร้างเวทีถอดบทเรียนชุมชนและหาโจทย์จากปัญหาของชุมชน เพื่อพัฒนาและต่อยอดเป็นงานวิจัยหรืองานบริการวิชาการเพื่อผลักดันและประชาสัมพันธ์แหล่งเรียนรู้ดังกล่าวให้เป็นที่รู้จักของนักเรียน เกษตรกร และบุคคลทั่วไป รวมทั้งพัฒนาให้เป็นห้องปฏิบัติการทางสังคม (Social lab)ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและพลังงานทดแทนให้กับนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยต่อไปในอนาคต

  • การพัฒนาระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบวนประมง (Silvo-fishery)

พื้นที่บางขุนเทียนบริเวณโดยรอบมหาวิทยาลัยจนถึงชายฝั่งทะเล ชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น หอยแครง กุ้ง ฯลฯ โดยมีรูปแบบการเลี้ยงแบบธรรมชาติ พึ่งพาสภาพแวดล้อมและความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์เป็นหลักแต่จากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปและความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ชุมชนปรับตัวและจำเป็นต้องพัฒนาความสามารถ และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเลี้ยงสัตว์น้ำ ดังนั้นชุมชนจึงต้องสร้างเสริมความรู้ในด้านต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงสัตว์น้ำและพัฒนาให้มีการวางแผนการผลิตสัตว์น้ำอย่างเหมาะสมและแม่นยำยิ่งขึ้น

สำหรับกิจกรรมในปี 2557-2558  นักวิจัยได้ดำเนินการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับคุณภาพน้ำเพื่อการเลี้ยงสัตว์น้ำและการประยุกต์สารปรับปรุงคุณภาพน้ำให้กับเกษตรกร จำนวน 12 ราย และกระตุ้นให้เกษตรกรจดบันทึกปริมาณและรายได้จากผลผลิตสัตว์น้ำเพื่อนำมาใช้วิเคราะห์สถานะภาพของบ่อเลี้ยงและนำไปสู่การกำหนดแผนการผลิต

  • การติดตามระดับการปนเปื้อนโลหะหนักในแหล่งน้ำ

จากการติดตามระดับของความเข้มข้นของโลหะหนักในแหล่งน้ำและระบบนิเวศน์ชายฝั่ง พื้นที่บางขุนเทียน พบว่า โลหะหนักที่ควรดำเนินการศึกษาและติดตาม ได้แก่ ตะกั่ว แคดเมี่ยมโครเมี่ยม และด้วยความร่วมมือกับเครือข่ายนักวิจัยของกลุ่มวิจัยวิทยาศาสตร์ ระบบโลก ทำให้การศึกษาระดับโลหะหนักในระบบนิเวศน์ชายฝั่งสามารถขยายพื้นที่ศึกษาไปที่ ต.ยี่สาร จ.สมุทรสงคราม และ  ต.บางตะบูน จ.เพชรบุรี ซึ่งพบว่า การเปลี่ยนแปลงระดับการปนเปื้อนโลหะหนัก (ตะกั่ว แคดเมี่ยม) ในแหล่งน้ำ มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นในบางช่วงเดือน เนื่องจากการที่โลหะหนักแต่ละชนิดมีความสามารถในการถ่ายทอดสู่ห่วงโซ่อาหารที่แตกต่างกันดังนั้นในการศึกษานอกจากจะเป็นการติดตามข้อมูลเชิงพื้นที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโลหะหนักในแหล่งน้ำแล้ว ยังศึกษาถึงความสามารถในการสะสมโลหะหนักของหอยแมลงภู่เพื่อใช้ประโยชน์ในการตรวจติดตามโลหะหนักในสิ่งแวดล้อม ซึ่งพบว่า เปลือกชั้น crystal matrix สามารถใช้เป็นตัวชี้วัดการปนเปื้อนแคดเมี่ยมในสิ่งแวดล้อมที่เกิดในช่วงระยะเวลาสั้นๆได้นอกจากนี้ในช่วงระหว่างการดำเนินงานโครงการ กลุ่มนักวิจัยและเกษตรกร ได้แลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับมลพิษในสิ่งแวดล้อม รวมถึงปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม และใช้โอกาสในการดำเนินงานวิจัยนี้ ถ่ายทอดความรู้และเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมลพิษโลหะหนักความสัมพันธ์ของโลหะหนักกับระบบนิเวศน์ ผลกระทบของมลพิษโลหะหนักต่อสัตว์น้ำชายฝั่งผลการวิจัยนี้นำไปสู่การพัฒนาการศึกษาเพื่อประยุกต์ใช้เปลือกหอยแมลงภู่ในการดูดซับโลหะหนัก ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินการทดลองในระดับห้องปฏิบัติการ

  • การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้พิการสู่ภาคอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยได้ดำเนินโครงการฝึกอบรมและฝึกงานคนพิการเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าทำงานในสถานประกอบการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนพิการได้มีโอกาสในการพัฒนาศักยภาพด้านการประกอบอาชีพที่ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ รวมทั้งสามารถจัดหาตำแหน่งงานที่เหมาะสมกับตนเองเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้คนพิการเป็นที่ยอมรับในตลาดแรงงาน และสามารถประกอบอาชีพเพื่อพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นทางเลือกให้กับสถานประกอบการได้ปฏิบัติตามกฎหมายมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 โดยมีสถานประกอบการตอบรับเข้าร่วม และให้การสนับสนุนงบประมาณรวม 6 แห่ง รวมเป็นเงินกว่า 5 ล้านบาท ประกอบด้วย บริษัทดานิลี่ จำกัด บริษัทศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด(มหาชน) บริษัทศรีไทยมิยากาวา จำกัด บริษัทมาราธอน(ประเทศไทย) จำกัด บริษัทเสถียรอุตสาหกรรม จำกัด และ บริษัทซุปเปอร์จิ๋ว อีเวนต์ จำกัด และมีคนพิการที่เข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 33 คน มจธ. เองได้รับคนพิการที่ผ่านการประเมิน เข้าทำงานจำนวน 3คนนอกจากนั้นแล้วศูนย์วิจัยและบริการเพื่อชุมชนและสังคม สวท. ร่วมกับคณะเทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกันจัดโครงการพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับอาจารย์โรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่ ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากปี 2556เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของโรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่ อันจะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนผู้พิการอีกนับร้อยคนที่จะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพได้จริง และเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งในปี 2557 ได้จับอบรมขึ้นในเดือนกรกฎาคมใน 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตร Web Programming II , Mobile Application Development และ Enterprise Networking Workshop

มจธ. เองยังได้ให้การสนับสนุนทุน  แก่นักศึกษาคณะครุศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มจธ. ราชบุรี ในวิชา โครงงานทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม (IDT472)    เพื่อพัฒนาเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับผู้พิการ ได้แก่ เครื่องซักผ้าสำหรับผู้พิการทางสายตา และอุปกรณ์ยกคนพิการและผู้สูงอายุ โดยร่วมมือกับ สมาคมคนสายตาเลือนลาง (ประเภทพิการ) กรุงเทพฯ และสมาคมคนพิการ จ.นครปฐมนอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาศัยกภาพของผู้พิการทางสายตา ด้วยการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การประเมินกลิ่นฝักวานิลลาบ่ม ซึ่งพบว่าผู้พิการทางสายตามีศักยภาพในการเป็นผู้ประเมินกลิ่น จึงได้มีการศึกษาต่อยอดงานวิจัย เพื่อพัฒนาผู้พิการให้เป็นผู้ประเมินผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องสำอาง ในปี 2558

  • โครงการอบรมคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตสำหรับผู้สูงวัย(Technology for all)

ห้องสมุดมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการส่งเสริมการเรียนรู้  ทั้งในและนอกระบบ และตามอัธยาศัยเป็นแหล่งบ่มเพาะความสามารถทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถส่งเสริมผู้ใช้ให้เป็นผู้รู้และใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในปี2556 – 2557 สำนักหอสมุดได้จัดโครงการ อบรมคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตสำหรับผู้สูงวัยเพื่อเพิ่มทักษะทางคอมพิวเตอร์และลดช่องว่างทางดิจิตอลให้ผู้สูงวัย และส่งเสริมให้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการฝึกอบรมไปใช้ในชีวิตประจำวัน

เมื่ออุปกรณ์ทางเทคโนโลยีเปลี่ยนไปโดยแท็บเล็ต (Tablet) และสมาร์ทโฟน (Smart Phone) มีบทบาทและรูปแบบการใช้งานหลากหลาย เช่น ถ่ายรูปถ่ายวิดีโอ รวมทั้ง สามารถเข้าถึงแหล่งสาระและความบันเทิง ใช้ติดต่อสื่อสารได้ สำนักหอสมุด จึงจัดอบรมเพื่อให้ผู้สูงวัยได้พัฒนาศักยภาพทางเทคโนโลยีผ่านอุปกรณ์ iPad โดยบรรยายให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้ iPad2 แอพพลิเคชั่น (application) พื้นฐาน การสืบค้นข้อมูลจาก Search engine ด้วย www.google.co.th การถ่ายภาพนิ่งและวีดิโอฯลฯพร้อมฝึกปฏิบัติจริงจากอุปกรณ์ iPadที่เตรียมไว้ 1 คน/เครื่องมีบรรณารักษ์/นักศึกษาช่วยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดโดยมีผู้สูงวัยรอบชุมชน มจธ. เข้าร่วมกว่า50 คน จัดอบรมเชิงปฏิบัติการปีละ 3 ครั้งผลจากการฝึกอบรมทำให้ผู้สูงวัยมีโอกาสพัฒนาศักยภาพทางเทคโนโลยีผ่านอุปกรณ์ iPad ช่วยลดช่องว่างทางดิจิตอลสำหรับผู้สูงวัยให้สามารถใช้เทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่งในชีวิตประจำวันและยังทำให้เกิดเครือข่ายกลุ่มผู้สูงวัยในชุมชนรอบ มจธ. สร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน และบรรณารักษ์ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้สูงวัย และนำบทเรียนจากการจัดกิจกรรมมาปรับวิธีการถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนต่อไป

สำนักหอสมุดยังจัดอบรมการเรียนรู้เทคโนโลยีเพื่องานห้องสมุด ประกอบด้วย การสร้างสื่อการสอนและนำเสนอผลงาน (Adobe Captivate) เทคโนโลยีเพื่อการทำงานร่วมกัน (Technology for collaborative working)  การสร้าง e – Magazine ด้วยเว็บไซต์ issuu.comเพื่อถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีที่ช่วยพัฒนางานห้องสมุดให้กับครูบรรณารักษ์/ผู้ดูแลงานห้องสมุดชุมชนรอบ มจธ. กว่า  35  คน

10714_788451071234652_494144314239028024_n
Orange 10Oct2006 (3)