มูลนิธิโครงการหลวง

มูลนิธิโครงการหลวงดำเนินงานในสถานีวิจัยและพัฒนาโครงการหลวงจำนวน 35 แห่ง ใน 5จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำพูน ใน 20 อำเภอ 275 หมู่บ้าน ประชากร100,000 คน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2,000 ตร.กม.เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยพัฒนาปัจจัยพื้นฐาน ด้านอาชีพ การศึกษาสังคมและสาธารณสุข นอกจากนี้ยังส่งเสริมการวิจัยพืชและปศุสัตว์เมืองหนาวเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เกษตรกรงานอารักขาพืช การผลิตและการตลาดรับซื้อผลผลิตของเกษตรกรเพื่อให้มีรายได้พอเลี้ยงชีพ และรักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์ดิน ป่า น้ำและป่าต้นน้ำได้อย่างยั่งยืนมจธ. เริ่มให้บริการเทคนิคทางวิชาการ วิชาการแก่มูลนิธิโครงการหลวงตั้งแต่ปลายปี 2542โดยเน้นการใช้ความสามารถและความเชี่ยวชาญเฉพาะ อันเป็นอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเพื่อสนับสนุนงานมูลนิธิโครงการหลวงและโครงการในพระราชดำริ ภายใต้แผนงานด้านพลังงาน (EnergyProgram) แผนงานด้านวิศวกรรม (Engineer Program) และแผนงานด้านสิ่งแวดล้อม (EnvironmentProgram) เพื่อสนับสนุนระบบเกษตรกรรม หรือเรียกว่า “แผนงานEnergy and Environment forAgriculture” หรือ แผนงาน 3E for Aและโครงการภายใต้การพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริฯและโครงการภูฟ้าส่วนพระองค์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี่โรงงานหลวงฝางและโรงงานหลวงแม่จันโดยประวัติศาสตร์ จัดตั้งขึ้นเป็น“โครงการหลวงฝ่ายอาหารสำเร็จรูป” รับวัตถุดิบจากสถานีโครงการหลวงตามดอยโดยเฉพาะโรงงานหลวงฝางซึ่งตั้งขึ้นเป็นโรงงานหลวงแรกรับวัตถุดิบเป็นผลไม้ที่ไม่สามารถขายสดได้เพราะคุณภาพต่ำหรือมีปริมาณมากจากสถานีโครงการหลวงอ่างขางต่อมาอาจารย์อมรได้ขยายการส่งเสริมการปลูกพืชส่งโรงงานหลวงเพิ่มเติมจากการ ซี้อจากสถานีโครงการหลวงใน ทศวรรษ 2530 ได้จัดตั้งมูลนิธิโครงการหลวงดูแลสถานีและศูนย์โครงการหลวงงานวิชาการที่เด่นเป็นด้านเกษตรเพื่อการส่งเสริมพืชเมืองหนาวแทนการปลูกฝิ่น และรักษาต้นน้ำมีการสนับสนุนจากหน่วยงานงานรัฐ มหาวิทยาลัยที่เป็นหลักในการสนับสนุนคือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ต่อมามหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยแม่โจ้เข้าร่วมงานวิชาการของสถานีโครงการหลวงเริ่มใช้เทคโนโลยีมากขึ้นตามลำดับทั้งการใช้โรงเรือนที่พัฒนาจากต่างประเทศและปรับให้เข้ากับสภาพไทย การใช้อุปกรณ์แปรรูปผักผลไม้การเก็บรักษาผักผลไม้ดอกไม้ด้วยห้องเย็นที่ซับซ้อนขึ้น การขนส่งและลอจิสติกส์ระบบพลังงานและไฟฟ้าทั้งการผลิตและการอนุรักษ์ การซ่อมบำรุงและการบำรุงรักษาทวีผลการจัดการน้ำและการอนุรักษ์ การจัดการของเสีย ฯสิ่งเหล่านี้ต้องการองค์ความรู้และการมองเชิงระบบด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรม ศาสตร์ทั้งองค์ความรู้วิศวกรรมศาสตร์ (hard engineering) และระบบการบริหารจัดการ(soft engineering)มจธ.ได้เริ่มสนับสนุนงานวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างเข้มข้นแก่โครงการ หลวงตั้งแต่ต้นทศวรรษ2540 เมื่อกลางทศวรรษ 2540 มจธ.ได้ทำแผนงานบูรณาการ “วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีพลังงานและเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมเพื่อระบบเกษตร (Engineering, Energy and Environment for AgriculturalSystems 3E for A)” โดยครอบ คลุมตั้งแต่ระดับฟาร์ม การเก็บเกี่ยว การแปรรูป และลอจิสติกส์รวมถึงการพัฒนากำลังคน กรอบ 3e for Aนี้ใช้กับระบบเกษตรบนที่สูงในกรณีการทำงานกับโครงการหลวงและพื้นที่ภาคเหนือและระบบเกษตรในที่ราบด้วย ซึ่งจะมีความแตกต่างกันนอก จากการทำงานกับเจ้าหน้าที่สถานีและศูนย์โครงการหลวงโดยตรงนักวิชาการมจธ.ทำงานกับหน่วยงานอื่นและชุมชนในพื้นที่เดียวกันเน้นการประยุกต์ความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีพลังงาน เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมในชุมชนและการประกอบอาชีพ

news_39
news_37