ประวัติความเป็นมา

สองทศวรรษของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีกับมิติพัฒนาการมหาวิทยาลัยกับชุมชนและสังคม

จากจุดเริ่มในปี 2525 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีได้เริ่มมีส่วนร่วมดำเนินงานโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปภายใต้โครงการหลวงและโครงการตามพระราชดำริ โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป 4 แห่งตั้งอยู่ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร และอำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ โรงงานหลวงมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาชนบทผ่านระบบเกษตรอุตสาหกรรม ยึดหลักการพัฒนาตัวเกษตรกรให้สามารถรักษาระดับการพัฒนาระยะยาวได้ด้วยตนเอง ดำเนินงานให้มีการเชื่อมต่อระหว่างเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม

โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปตั้งอยู่บนฐานวิชาการสำคัญสองฐานคือ

  • ด้านระบบเกษตรอุตสาหกรรม การจัดระบบเกษตรอุตสาหกรรมเพื่ออุตสาหกรรมเกษตรแบบข้อตกลงล่วงหน้า (contract farming) สำหรับเกษตรกรรายย่อย มีการวางแผนการผลิต การส่งเสริมวิชาการ การจัดหาสินเชื่อและปัจจัยการผลิต การประกันการซื้อและประกันราคาขั้นต่ำแก่โครงการโรงงานหลวงสำเร็จรูป

โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อรับโควตาการผลิตวัตถุดิบการเกษตร เซ็นสัญญาการส่งมอบผลผลิต ใช้ปัจจัยการผลิตร่วมกัน จัดระบบบริหารจัดการสินเชื่อและปัจจัยการผลิตร่วมกันในกลุ่มเกษตรกร

  • ด้านระบบอุตสาหกรรมเกษตรสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยในชนบท มหาวิทยาลัยใช้ความรู้ทางเทคโนโลยีที่มหาวิทยาลัยมีความสามารถคือ วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมอาหาร วิศวกรรมโรงงาน เทคโนโลยีการจัดการ เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม

ทศวรรษ 2530

งานด้านมหาวิทยาลัยกับสังคมและชุมชนขยายทั้งกลุ่มเป้าหมายและสาขาวิชาการ คือจากกลุ่มเป้าหมายเกษตรกร และด้านวิชาการเกษตรอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร ไปสู่กลุ่ม เป้าหมายใหม่คือเด็กและโรงเรียน และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เมื่อกลางทศวรรษ 2530 รัฐบาลโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเลคทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติฉบับแรกของประทศ ส่วนหนึ่งของแผนดังกล่าวเป็นการสร้างความสามารถด้านไอทีในภาคสังคม โดยเฉพาะภาคการศึกษา ขณะนั้นการใช้คอมพิวเตอร์ในโรงเรียนเพิ่งเริ่มต้น โดยเฉพาะโรงเรียนในกรุงเทพและเมืองใหญ่ แต่การใช้คอมพิวเตอร์ในโรงเรียนชนบทเกือบไม่มี เนคเทคได้ขอให้มจธ. ทำโครงการนำร่องไอทีกับโรงเรียนมัธยมศึกษาทุกแห่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เรียกกันว่าโครงการไอทีหลังเขา โครงการนี้ได้สร้างเข้าใจความแตกต่างระหว่างไอทีกับการเรียนคอมพิวเตอร์ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ พัฒนาผู้บริหารโรงเรียนให้เข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของไอทีต่อการเรียนในอนาคตรวม ทั้งการใช้ไอทีเพื่อบริหารจัดการ สร้างครูที่สามารถสอนไอที สร้างความสามารถด้านไอทีและความตื่นตัวด้านเทคโนโลยีไอทีให้กับเด็ก

ช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 2530 เรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียังเป็นเรื่องหลักของมหาวิทยาลัยกับสังคมและชุมชน กลุ่มเป้าหมายที่มหาวิทยาลัยทำงานด้วยเพิ่มเป็นปราชญ์ชาวบ้าน มูลนิธิพัฒนาชุมชนในเขตภูเขา และองค์กรพัฒนาเอกชน เน้นด้านพลังงานสะอาด

ในส่วนของกลุ่มเป้าหมายเด็กและโรงเรียน หน่วยงานวิชาการใหม่ที่เข้าร่วมงานกับมหาวิทยาลัยคือศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ไบโอเทค และมจธ.ทำโครงการนำร่องวิทยาศาสตร์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งประกอบด้วยการทำโครงงานวิทยาศาสตร์จากโจทย์ เรื่องอาชีพ สิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต รวมทั้งเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ โครงการนำร่องวิทยาศาสตร์และโครงการไอทีหลังเขาในจังหวัดแม่ฮ่องสอนนี้เป็นต้นแบบการเรียนวิทยาศาสตร์ในพื้นที่ทุรกันดารช่วงต่อมา

ด้านโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป จากการที่ในปี 2537 สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จัดตั้งบริษัทดอยคำผลิตภัณฑ์อาหารจำกัดขึ้นมาบริหารโรงงานหลวง มหาวิทยาลัยลดบทบาทด้านการจัดการโรงงานหลวง แต่มจธ. ยังคงให้การสนับสนุนด้านวิชาการทั้งส่วนโรงงานและเกษตรอุตสาหกรรม

ทศวรรษ 2540

เมื่อ มจธ.เปลี่ยนสภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐบาล ในปี 2541 มหาวิทยาลัยกำหนดให้บุคลากรมหาวิทยาลัยต้องมีภาระงานส่วนหนึ่งมาจากการทำงานเพื่อส่วนรวม จึงได้จัดกลไกส่งเสริมการทำงานกับภาคสังคมและชุมชน ผนึกกำลัง(consolidate) และจัดโครงการระดับมหาวิทยาลัยที่เรียกว่าโครงการมหาวิทยาลัยกับชุมชนและสังคม ทั้งนี้มหาวิทยาลัยให้งบประมาณเริ่มต้น (seed money)

ในการทำงานได้แสวงหาหน่วยงานพันธมิตรที่จะร่วมทำงาน หาแหล่งสนับสนุนงบประมาณ เชื่อมการทำงานโครงการมหาวิทยาลัยกับชุมชนและสังคมกับวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย เป็นผลให้กลุ่มเป้าหมายขยายตัวขึ้น มีพันธมิตรและเครือข่ายเพิ่มขึ้น มีงบประมาณสนับสนุนจากภายนอกมากขึ้น พัฒนาการที่สำคัญในทศวรรษ 2540 เป็นดังนี้

  • สวทช. สสวท. มศว. และมจธ. ทำโครงการวิทยาศาสตร์กับการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โดยเน้นพื้นที่ทำงานในจังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดน่าน จังหวัดสกลนคร จังหวัดฉะเชิงเทราและภาคตะวันตกของไทย
  • มจธ.เพิ่มชุมชนในโครงการด้านอาชีพ สิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้ไปยังชุมชนที่สำคัญสองชุมชนคือ ชุมชนคีรีวง- กำโลน จังหวัดนครศรีธรรมราช และหมู่บ้านความมั่นคงชายแดน อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ชุมชนคีรีวง- กำโลนเป็นชุมชนที่มีความก้าวหน้าด้านการรวมตัวจัดการทรัพยากรและกำหนดทิศทางการพัฒนาของชุมชน สิ่งที่ชุมชนต้องการจากมหาวิทยาลัยคือความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและกระบวนการเรียนรู้ใหม่ เทคโนโลยีที่มจธ. ได้ทำร่วมกับชุมชนคือเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว การแปรรูปอาหาร พลังงานหมุนเวียนจากน้ำ ส่วนชุมชนที่สองคือ หมู่บ้านความมั่นคงชายแดน อำเภอนาแห้ว หน่วยงานรัฐด้านความมั่นคงได้ขอให้มหาวิทยาลัยสนับสนุนทางวิชาการ เพื่อให้ประชาชนมีอาชีพในพื้นที่จำกัดในเขตป่าสงวนและพื้นที่ภูเขา เทคโนโลยีที่มจธ.ได้ทำร่วมกับชุมชนคือการผลิตผลไม้เมืองหนาว การเกษตรอินทรีย์ การแปรรูปอาหาร
  • สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาของมูลนิธิโครงการหลวงด้านวิศวกรรมเทคโนโลยี และพลังงาน และสิ่งแวดล้อมในระบบเกษตรที่สูง เป็นการขยายงานกับมูลนิธิโครงการหลวง จากการทำงานพื้นที่ราบด้านการแปรรูปในระบบเกษตรอุตสาหกรรมโดยโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปในทศวรรษ 2520 และ 2530 ไปสู่ระบบเกษตรที่สูง มจธ.ทำงานโดยได้งบ ประมาณจากมูลนิธิโครงการหลวง และตั้งงบประมาณของตนเองภายใต้กรอบการสนับสนุน มูลนิธิโครงการหลวงโดยรัฐบาล ทั้งนี้มจธ.ได้ทำงานด้านวิศวกรรมอย่างใกล้ชิดกับสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตภาคพายัพ
  • สนับสนุนกิจกรรมโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตามแผนงานเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารในโรงเรียนสังกัด สพฐ.ประมาณ 30 แห่ง ในกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรมจังหวัดน่าน สนับสนุนการสร้างอาชีพ การแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารและผลผลิตเกษตรให้ศูนย์ภูฟ้า อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน และสนับสนุนโครงการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อการพัฒนาถิ่นทุระกันดาร (Thailand Lifelong Learning for Rural Development – Thai LERD ไทยเลิศ) ของศูนย์ภูฟ้า
  • เพิ่มบทบาทการบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยในจังหวัดราชบุรีสืบเนื่องจากการมีพื้นที่วิทยาเขตในอำเภอจอมบึง ตั้งแต่ 2539 แต่ยังไม่มีการก่อสร้างที่พื้นที่มาเป็นเวลานานทำให้ชุมชนเกิดความมั่นใจในความจริงจังของการจัดการศึกษาในพื้นที่ตามที่แจ้งประชาชนไว้เมื่อมีการขอพื้นที่สาธารณประโยชน์สร้างวิทยาเขต ทำงานสัมผัสชุมชนทั้งในเขตอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี และพื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศไทย(สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ) ดังนี้

: ด้านการพัฒนาอาชีพ สิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้ในพื้นที่ราชบุรีร่วมกับ

มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง( มร.จอมบึง)

: ร่วมกับสสวท.และมร.จอมบึงทำโครงการคลินิกครูวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน

อำเภอจอมบึงและอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

: กลางทศวรรษ 2540 มจธ. เป็นสถาบันนำในการสร้างระบบเครือข่ายอุดมศึกษาราชบุรี ซึ่งมีสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดเข้าร่วม 10 สถาบัน ความร่วมมือดังกล่าวเป็นที่สนใจของสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาแห่งชาติ(สกอ.) ในปี 2547 สกอ.ให้เป็นโครงการนำร่องสร้างเครือข่ายอุดมศึกษาภูมิภาค ระบบเครือข่ายอุดมศึกษาราชบุรีได้พัฒนาส่วนหนึ่งไปเป็นระบบเครือข่ายอุดมศึกษาภาคตะวันตก เพื่อเศรษฐกิจฐานรากและความเข้มแข็งของชุมชน

  • สนับสนุนวิชาการด้านวิศวกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อมให้กับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
  • ทำโครงการช่วยเหลือผู้ประสบพิบัติภัยสึนามิ ระยะกลางและยาว โดยเฉพาะโรงเรียนที่ได้รับพระราชานุเคราะห์จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

ปี 2549 มหาวิทยาลัยจึงให้ความสำคัญ และกำหนดโครงสร้างการดำเนินงานโครงการมหาวิทยาลัยกับชุมชนและสังคม โดยได้แต่งตั้งคณะอนุกรมการ 2 คณะ คือ คณะอนุกรรมการโครงการมหาวิทยาลัยกับชุมชนและสังคม และคณะอนุกรรมการส่งเสริมกิจการมูลนิธิโครงการหลวงและโครงการตามพระราชดำริ ซึ่งจะทำหน้าที่กำหนดทิศทาง แผนงานและงบประมาณของโครงการ และประสานงานภายในมหาวิทยาลัยและระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานต่างๆในการดำเนินงานและจัดหาทรัพยากร ตลอดจนการติดตามและประเมินผลโครงการ และได้จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมและสนับสนุนมูลนิธิโครงการหลวง ทำการเปลี่ยนชื่อศูนย์วิจัยและบริการอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมชีวเคมีที่ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการโครงการฯเป็นศูนย์วิจัยและบริการเพื่อชุมชนและสังคม ซึ่งทั้งสองศูนย์จะทำหน้าที่เป็นคณะทำงานและจุดประสานงานให้เกิดกิจกรรมตามแผนงานและบรรลุตามวัตถุประสงค์

บทเรียนที่สำคัญของโครงการมหาวิทยาลัยกับชุมชนและสังคม

นับเป็นเวลากว่ากว่าสองทศวรรษที่ มจธ.ได้เข้าร่วมเรียนรู้สังคมและชุมชนในหลายระดับ ตั้งแต่ครัวเรือน หมู่บ้าน จนถึงจังหวัด ได้ทำงานกับชุมชนในหลายมิติเช่น ชุมชนปราชญ์ชาวบ้าน ชุมชนนักวิชาการ ชุมชนการศึกษาที่ประกอบด้วยครูและนักเรียน มจธ.เป็นผู้นำรูปแบบใหม่ของพัฒนาเช่น การพัฒนากลุ่มเษตรกรรายย่อยด้วยระบบเกษตรอุตสาหกรรม การพัฒนาวิสาหกิจชุมชนด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม พัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนและการสอนของครูด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้หรือการเรียนแบบการใช้ปัญหาเป็นตัวตั้ง จนถึงการสร้างระบบอุดมศึกษาด้วยระบบเครือข่าย เป็นต้น

ในการทำงานกับชุมชนและสังคม มจธ.ได้สร้างเครือข่าย (Net working) เพื่อการทำงานร่วมกัน พัฒนาเครือข่ายให้เชื่อมโยงเป็นเสมือนใยที่ทุกจุดของกิจกรรมมีผู้รับผิดชอบและดำเนินการอย่างเข็มแข็ง โยงใยที่เชื่อมด้านความคิดและกระบวนการไปได้ทุกจุดตัด เช่น เครือข่ายอุดมศึกษาภาคตะวันตก เครือข่ายอุดมศึกษาจังหวัดราชบุรี เครือข่ายการพัฒนาโรงเรียนในถิ่น

ทุระกันดาร เครือข่ายชุมชนและปราชญ์ชาวบ้าน

มีคำกล่าวว่า “ บางคนทำไปเพราะไม่รู้ แต่บางคนไม่ได้ใช้ความรู้ที่มีอยู่ไปทำ” มจธ.

ได้นำความรู้ความสามารถของตนเองออกไปทำงาน พัฒนาความรู้ความสามารถด้านการทำงานกับชุมชนและสังคมต่อเนื่อง สร้างปฎิสัมพันธ์กับชุมชนในรูปแบบต่างๆ ทั้งการเปิดเวทีพูดคุย การกิจกรรมร่วมกันในรูปแบบต่างๆ เกิดกระบวนการจัดหาความรู้ (Capture) และจัดเก็บ ตลอดจนนำความรู้ที่มีอยู่ในภูมิปัญญาฝังลึก (tacit knowledge) และความรู้ใหม่ที่ได้จากการต่อยอดถ่ายทอดออกเป็นความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เพื่อสื่อสารและเผยแพร่อย่างสะดวกแก่บุคคลทั่วไปทั้งภายในและภายนอก ในรูปรายงานผลการศึกษา คู่มือการถ่ายทอดเทคโนโลยี เอกสารทางวิชาการ

มจธ. ได้นำความรู้ไปใช้ (Utilize) เสริมสร้างคุณภาพชีวิต เพิ่มผลผลิต ให้กับชุมชนต่างๆ และรอบวิทยาเขต เนื้อหาต่างๆ ได้นำไปพัฒนาการศึกษาของเครือข่าย เช่นการถ่ายทอดเรื่อง E- learningให้แก่สมาชิกเครือข่ายอุดมศึกษา จ.ราชบุรี

มจธ. ได้สร้างให้เกิดความรู้ใหม่ (New Knowledge Creation )ทั้งในมจธ. ชุมชนและเครือข่าย เป็นความรู้ใหม่ด้านการวิจัยและประยุกต์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับเศรษฐกิจฐานราก การส่งเสริมการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในโรงเรียน การบริหารจัดการแบบบูรณาการภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดและภูมิภาค และระบบผู้ว่าราชการจังหวัดแบบ CEO สิ่งเหล่านี้ซึ่งเป็นความรู้ใหม่ของสังคมไทย

อาจกล่าวได้ว่าโครงการมหาวิทยาลัยกับชุมชนและสังคมของมหาวิทยาลัยได้พัฒนามาตามเวลา มีการเคลื่อนเข้าสู่ หลักการจัดการความรู้(Knowledge Management)ในการตอบสนองเป้าหมายการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของ มจธ. เพิ่มความเข้าใจสังคม สร้างให้เกิดจิตสำนึกสาธารณะ(civic mind หรือ public spirit) ภายในประชาคมมจธ.

วิสัยทัศน์และพันธกิจ

รอข้อมูล

ลิงค์หน่วยงาน

ชื่อหน่วยงาน เวบไซต์
1. สำนักงานโครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี www.psproject.org/index.htm
2. มูลนิธิโครงการหลวง www.royalprojectthailand.com/intranet
3. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช) www.nstda.or.th/
4. ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ www.biotec.or.th/th/
5. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (สสวท.) www.ipst.ac.th/web/index.php
6. สถาบันคลังสมองของชาติ knit.or.th/
7. มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง www.mcru.ac.th/m2/index.php
8. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา www.rmutl.ac.th/
9. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ www.swu.ac.th/
10. เครือข่ายบริหารการวิจัยภาคกลางตอนล่าง www.thaiwest.su.ac.th/
11. สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา www.mua.go.th/
12. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) www.tistr.or.th/tistr/

ที่ปรึกษา

บุคลากรของศูนย์ ศวช.

นางพรรณปพร กองแก้ว

นางพรรณปพร กองแก้ว

ตำแหน่ง ที่ปรึกษา

    โทรศัพท์. 0-2470-9682 โทรสาร. 0-2470-9680
    E – mail : punpaporn.kon@kmutt.ac.th

    ดร.ธิติมา วงษ์ชีรี

    ดร.ธิติมา วงษ์ชีรี

    ตำแหน่ง นักวิจัย

      โทรศัพท์. 0-2470-9682 โทรสาร. 0-2470-9680
      E – mail : thitima.won@kmutt.ac.th

      นายปิยทัศน์ ทองไตรภพ

      นายปิยทัศน์ ทองไตรภพ

      ตำแหน่ง ผู้ช่วยนักวิจัย

        โทรศัพท์. 0-2470-9682 โทรสาร. 0-2470-9680
        E – mail : piyatas.ton@kmutt.ac.th

        นางวาสนา มานิช

        นางวาสนา มานิช

        ตำแหน่ง ผู้ช่วยนักวิจัย

          โทรศัพท์. 0-2470-9682 โทรสาร. 0-2470-9680
          E – mail : wasana.man@kmutt.ac.th

          นางสาวพจนา แก้วแจ่ม

          นางสาวพจนา แก้วแจ่ม

          ตำแหน่ง ผู้ช่วยนักวิจัย

            โทรศัพท์. 0-2470-9682 โทรสาร. 0-2470-9680
            E – mail : photchanar.kae@kmutt.ac.th

            นางสาวพรพิมล สมัครสมาน

            นางสาวพรพิมล สมัครสมาน

            ตำแหน่ง ผู้ช่วยนักวิจัย

              โทรศัพท์. 0-2470-9682 โทรสาร. 0-2470-9680
              E – mail : ucom.kmutt@hotmail.com

              นางสาวศิริพร เป็นสูงเนิน

              นางสาวศิริพร เป็นสูงเนิน

              ตำแหน่ง นักบริหารงานทั่วไป

                โทรศัพท์. 0-2470-9682 โทรสาร. 0-2470-9680
                E – mail : siriporn.pen@kmutt.ac.th

                นางสาววรรณธณี วิลาวงศ์

                นางสาววรรณธณี วิลาวงศ์

                ตำแหน่ง นักบริหารงานทั่วไป

                  โทรศัพท์. 0-2470-9682 โทรสาร. 0-2470-9680
                  E – mail : wantanee.aie@kmutt.ac.th

                  นางสาวภัชรา โพธิสิงห์

                  นางสาวภัชรา โพธิสิงห์

                  ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ประสานงาน

                    โทรศัพท์. 0-2470-9681 โทรสาร. 0-2470-9680
                    E – mail : patchara_pts@gmail.com

                    นางสาวกมลพรรณ ทรัพย์เมฆ

                    นางสาวกมลพรรณ ทรัพย์เมฆ

                    ตำแหน่ง พนักงานช่วยบริหาร

                      โทรศัพท์. 0-2470-9682 โทรสาร. 0-2470-9680
                      E – mail : kamonpan.sap@kmutt.ac.th


                      บุคลากรศูนย์ RSC

                      รศ.ดร.กรกฎ วัฒนวิเชียร

                      รศ.ดร.กรกฎ วัฒนวิเชียร

                      ตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญ

                        โทรศัพท์. 0-2470-9681 โทรสาร. 0-2470-9680
                        E – mail : koarakot.wat@kmutt.ac.th

                        นายมาโนช อมรมงคล

                        นายมาโนช อมรมงคล

                        ตำแหน่ง นักวิจัย

                          โทรศัพท์. 0-2470-9681 โทรสาร. 0-2470-9680
                          E – mail : marnoch.amo@kmutt.ac.th

                          นางสาวเบญจวรรณ ดำรงค์กิจการ

                          นางสาวเบญจวรรณ ดำรงค์กิจการ

                          ตำแหน่ง นักสารสนเทศ

                            โทรศัพท์. 0-2470-9681 โทรสาร. 0-2470-9680
                            E – mail : d_benjawan@yahoo.com

                            นางสาวศรินญา วังมะนาวพิทักษ์

                            นางสาวศรินญา วังมะนาวพิทักษ์

                            ตำแหน่ง นักสารสนเทศ

                              โทรศัพท์. 0-2470-9681 โทรสาร. 0-2470-9680
                              E – mail : sarinya.wan@kmutt.ac.th

                              นางสาวชนิศา ธนเวสารัชกุล

                              นางสาวชนิศา ธนเวสารัชกุล

                              ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ประสานงาน

                                โทรศัพท์. 0-2470-9681 โทรสาร. 0-2470-9680
                                E – mail : chanisa.tan@kmutt.ac.th

                                นางสาวสุภาวดี รุจิอาจ

                                นางสาวสุภาวดี รุจิอาจ

                                ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ประสานงาน

                                  โทรศัพท์. 0-2470-9681 โทรสาร. 0-2470-9680
                                  E – mail : supawadee.ruj@kmutt.ac.th

                                  นางสาวปิยะนาถ สิริรัตนาวงศ์

                                  นางสาวปิยะนาถ สิริรัตนาวงศ์

                                  ตำแหน่ง ผู้ช่วยนักวิจัย

                                    โทรศัพท์. 0-2470-9681 โทรสาร. 0-2470-9680
                                    E – mail : piyanat.sir@kmutt.ac.th